วันจันทร์, 24 มิถุนายน 2567

ฆ่าตัวตายอย่างไรก็บาป ไม่มีข้อยกเว้น

ฆ่าตัวตายอย่างไรก็บาป ไม่มีข้อยกเว้น

อีกเรื่องหนึ่งช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ มีพวกเราถามหลวงพ่อกรณีพระองค์หนึ่ง ไปตัดหัวตัวเองเป็นพุทธบูชา มันถูกมันผิดอะไร มันจะเป็นอย่างไร การฆ่าตัวตายอย่างไรก็บาป ไม่มีข้อยกเว้นว่าใครจะเป็นคนฆ่า ถ้าเจตนาฆ่าสัตว์ให้ตายก็บาปแล้ว

ฉะนั้นตรงนี้ถ้าเป็นพระไปฆ่าตัวตาย ปาราชิกเลย แต่ถ้าเป็นฆราวาสอย่างเคสที่เป็นข่าวกันนั้น เขาสึกก่อน เพราะฉะนั้นเป็นฆราวาสฆ่าตัวตาย การฆ่าตัวตายเป็นพุทธบูชาเป็นความเชื่อของคนกลุ่มหนึ่ง อ่านประวัติพระเมตไตรย บอกพระเมตไตรยตอนเจอพระพุทธเจ้าครั้งแรก ไม่ใช่พระพุทธเจ้าองค์นี้ พระพุทธเจ้าเก่าๆ ท่านเลื่อมใสศรัทธารุนแรง ท่านเป็นพวกศรัทธากล้า เป็นพวกวิริยะกล้า ท่านไม่ใช่พวกปัญญากล้า หรือสมาธิกล้า

ตำราบอกว่าท่านตัดศีรษะบูชาพระพุทธเจ้า ตำรานั้นเราก็ต้องดูว่าตำราชั้นไหน ตำราถ้าอยู่ในพระไตรปิฎกก็เป็นของแน่นอน ถ้าเป็นตำราที่พระรุ่นหลังท่านแต่งขึ้นมา บางทีแต่งเพื่อจะบิลด์ออกไปทางดรามามาก เพื่อให้รู้สึกว่านี่ท่านศรัทธาจริง มีข้อยกเว้นไหมว่าพระโพธิสัตว์ทำบาปแล้วไม่บาป ไม่มี เราไปเห็นว่านี่เป็นพระเมตไตรย เรานับถือพระศรีอาริย์ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านทำต้องดีที่สุด ถูกที่สุด อันนั้นเป็นความงมงาย

เราต้องไม่ลืมอย่างหนึ่ง พระโพธิสัตว์เป็นปุถุชน พระโพธิสัตว์ยังเวียนลงนรกได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทำไม่แน่ว่าจะถูกเสมอไป ต้องใช้สติใช้ปัญญาว่าอะไรที่มันผิดศีลต้องไม่ทำ ถ้ายังทำอยู่ก็มันไม่ถูกหรอก ฉะนั้นพระโพธิสัตว์ท่านยังลองผิดลองถูกอยู่

ยุคของเรานี่นับถือพระโพธิสัตว์มากกว่าพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าสอนอะไรไม่ค่อยเชื่อ ไปดูแบบอย่างพระโพธิสัตว์ ท่านทำถูกบ้างผิดบ้างเป็นเรื่องปกติ เอาเป็นต้นแบบเป็นนิยามอันดีไม่ได้ ถ้าดูจริยวัตรของพระพุทธเจ้าอันนั้นถึงจะใช้ได้ ดูจริยวัตรพระพุทธเจ้าองค์เดียวสำคัญที่สุด พระอรหันต์สาวกบางทียังทำอะไรที่ไม่สมควรเลย อย่างมีองค์หนึ่งท่านเหาะขึ้นไปเอาบาตรไม้จันทน์ เพื่อไม่ให้คนต่างศาสนาดูถูกศาสนาพุทธ ท่านเลยแสดงอิทธิฤทธิ์ขึ้นมา พระพุทธเจ้าก็ตำหนิ ไม่ใช่ไม่ตำหนิ

ฉะนั้นไม่ใช่จะใช้อะไรเป็นแบบอย่างได้ตลอด คนใดคนหนึ่ง คนที่สมบูรณ์ที่สุด เป็นแบบอย่างได้แน่นอนคือพระพุทธเจ้าเท่านั้น เราก็ดูตัวอย่างไป บางคนก็นับถือครูบาอาจารย์ เอาครูบาอาจารย์เป็นแบบอย่าง ครูบาอาจารย์บางทีท่านก็อัตโนมัติของท่านเหมือนกัน จะมีข้อวัตรอะไรเฉพาะตัวที่ท่านเคยทำแล้วมันดี เราไปเห็นตัวอย่างครูบาอาจารย์ ท่านทำแบบนี้แล้วดี เราก็เอาอย่างอะไรอย่างนี้ ซึ่งมันอาจจะไม่ดีสำหรับเราก็ได้

ฉะนั้นเราทำอะไรก็ต้องมีเหตุมีผล อย่างการฆ่าตัวตายนี่บัณฑิตทั้งหลายเขาติเตียนทั้งนั้น หลวงพ่อไปเห็นคำสอนครูบาอาจารย์หลายองค์ ท่านพูดถึงการฆ่าตัวตาย อย่างสมเด็จพระญาณสังวรฯ ท่านไม่ธรรมดา ท่านสมบูรณ์พร้อมทุกสิ่งทุกอย่างเลย ท่านยังพูดเลยว่า “ร่างกายมันมีประโยชน์ เอาไว้ทำประโยชน์ เอาไปฆ่าทิ้งแล้วมันไม่มีประโยชน์อะไร เป็นบาปเป็นกรรม ก็เสียประโยชน์ของตัวเอง เสียประโยชน์ของผู้อื่นด้วย”

ฉะนั้นเรื่องการฆ่าตัวตายเป็นพุทธบูชาอะไรนี่ อย่าไปทำเลยไม่มีประโยชน์อะไร เป็นความงมงาย ถามว่าพระพุทธเจ้า ท่านอยากได้หัวของใครไหม ท่านไม่ได้อยากได้หัวของใครหรอก เอาหัวไปใส่บาตรท่านเอาไหม ท่านก็ไม่ได้ปลื้มด้วยหรอก แต่ถ้ามองอย่างกรณีพระเมตไตรย หลวงพ่อมองอีกอย่างหนึ่ง คำว่าตัดศีรษะ ตัดหัวของท่าน มันคือคำว่าตัดอัสมิมานะ ท่านเป็นกษัตริย์ในยุคนั้น กษัตริย์อย่างไรก็มีความถือตัว แต่พอเจอพระพุทธเจ้านี่ตัดหัว อาจจะเป็นธรรมาธิษฐาน เป็น symbolic สัญลักษณ์อย่างหนึ่ง การตัดหัวก็คือการตัดมานะถือตัว ตัดอัสมิมานะ กูเหนือคนอื่น อย่างนี้ต้องตัด

ถ้าท่านตัดได้ดีที่สุดเลย ถ้าตัดหัวจริงๆ ไม่ได้ประโยชน์อะไร บางทีเรามองนิทานตำนานทั้งหลาย ก็มองแล้วทะลุนิทานเข้าไปแล้วให้เห็นธรรมะให้ได้ การตัดหัวที่ดีที่สุด คือตัดอัสมิมานะ กูเหนือคนอื่น กูแน่ กูหนึ่ง กูไม่ก้มหัวให้ใคร

ตัวนี้ดูให้ดี ตำราชั้นไหนเขียนไว้ก็ดูเอา ถ้าชั้นพระไตรปิฎกก็เชื่อถือได้ ชั้นรองๆ ลงมาบางทีก็แฝงธรรมะซ่อนเอาไว้ ก็ต้องมีสติมีปัญญา มองให้ออก มองไม่ออกก็คิดว่าทำอย่างนี้เราได้บุญ ได้บาป การฆ่าสัตว์ไม่มีได้บุญหรอก เข้าใจอย่างนี้นะ ชาวพุทธอย่าโง่งมงาย เดี๋ยวก็เลียนแบบกัน ใช้ไม่ได้หรอก

ฉะนั้นการภาวนา ต้องฝึกตัวเองให้มันมีศีล ให้มันมีสมาธิ ให้มีปัญญา มีปัญญาอย่างต่ำเลยก็เชื่อในกฎแห่งกรรม เชื่อเหตุ เชื่อผล ในเรื่องของตัวสัมมาทิฏฐิ บางทีมีเรื่องของความเชื่อกรรม เชื่อผลของกรรมนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องอริยสัจ 4 ข้อ มันเป็นเรื่องการรู้เหตุ รู้ผล รู้ว่าเหตุ ผลอย่างนี้มีเหตุมาอย่างนี้ เหตุอย่างนี้มีผลอย่างนี้ เหตุกับผลมีความสัมพันธ์กัน ลักษณะความสัมพันธ์กันมีกฎแห่งกรรม กฎของธรรมะทั้งหลาย ธรรมนิยามทั้งหลาย กฎของปฏิจจสมุปบาทอะไรอย่างนี้ จะเข้าใจตรงนี้ ถ้าเราภาวนาไป เราก็จะไม่โง่งมงาย ทำอะไรตามแบบกัน เดี๋ยวเราก็จะไปเลื่อมใสพระตัดหัวตัวเอง ก็คือเลื่อมใสผู้ทำผิดศีล อย่าไปเลื่อมใสอย่างนั้น ไม่ถูก