วันพฤหัสบดี, 23 พฤษภาคม 2567

ประวัติ พระอาจารย์แจ้ วัดน้อมประชาสรรค์ วังน้อย อยุธยา

ในปัจจุบัน…คนไทยหลายคนมีความเชื่อในเรื่องของ ‘การทำบุญอาบน้ำมนต์’ ซึ่งช่วยพลิกชะตาชีวิตด้วยพระพุทธศาสนา ทำให้มีคนพยายามที่จะสรรหาผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิต และอีกหนึ่งท่านที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการสร้างสิริมงคลให้เกิดความแคล้วคลาดปลอดภัยให้กับชีวิตของเรา ก็คงไม่พูดถึง “พระอาจารย์แจ้ วัดน้อมประชาสรรค์ วังน้อย อยุธยา” ไม่ได้แล้ว ท่านผู้นี้เป็นใคร และมีความพิเศษใดที่คนไทยต้องเดินทางไปหาท่าน มาตามหาคำตอบกันได้เลย

พระอาจารย์แจ้ มีชื่อเต็มว่า พระครูสมุห์ตะวัน อิทฺธิโชโต ปัจจุบันท่านจำอยู่ที่วัดน้อมประชาสรรค์ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ในช่วงวันที่ประเทศไทยยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค covid-19 และยายังเดินทางมาไม่ถึงชาวบ้านที่ห่างไกล พระอาจารย์แจ้เป็นอีกคนหนึ่งที่ช่วยเหลือประชาชนชาวบ้านในแถบนั้น ด้วยการแจกสมุนไพรและยาบรรเทาอาการโควิด – 19 ทำให้ชาวบ้านอาการดีขึ้นมากมาย

พระอาจารย์แจ้ ขึ้นชื่อในเรื่องของการอาบน้ำมนต์ ซึ่งเป็นวิชาที่ได้รับสืบทอดมาจากหลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม ในแต่ละวันจะมีผู้คนที่ศรัทธาในตัวท่านเข้าคิวต่อแถวมาให้ท่านอาบน้ำมนต์ให้ราวๆ 600-800 คนต่อวัน ซึ่งเชื่อกันว่าจากประสบการณ์ในการอาบน้ำมนต์ สามารถที่จะพลิกชีวิตจากติดลบให้กลายเป็นมหาเศรษฐีได้ อีกทั้ง ยังช่วยให้ชีวิตมีความสุข  ความแคล้วคลาด ปลอดภัย หรือเกิดเรื่องราวปาฏิหาริย์ขึ้นกับตัวเอง

สิ่งสำคัญสำหรับใครที่ต้องการจะไปอาบน้ำมนต์กับพระอาจารย์แจ้ จะต้องเฝ้ารอการตั้งจิตอธิษฐานและปลุกเสกน้ำมนต์เป็นเวลาเกือบชั่วโมง เวลาที่ท่านรดน้ำมนต์ก็จะต้องสวดคาถาให้ครบทุกคน

ทั้งนี้ พระอาจารย์แจ้ก็ไม่ได้เรียกร้องค่าบริการใดๆ แต่ให้ผู้ที่เข้ามาอาบน้ำมนต์ทำบุญหยอดตู้ตามจิตศรัทธา ถ้าใครไม่มีก็ไม่จำเป็นต้องบริจาค และไม่ว่าจะเป็นคนจน คนรวย คนมีชื่อเสียง หรือไม่มีชื่อเสียง ก็สามารถที่จะเข้ารับการอาบน้ำมนต์กับพระอาจารย์แจ้ได้ เพราะท่านปฏิบัติกับทุกๆคนเท่าเทียมในฐานะที่เป็นมนุษย์คนหนึ่งเหมือนกันทั้งหมด

ทั้งนี้ กระแสในเรื่องของการอาบน้ำมนต์ของพระอาจารย์แจ้เป็นที่พูดถึงกันอย่างยิ่ง หลายคนก็มองว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม  หรือไม่เหมาะกับการกระทำของสงฆ์ เป็นการอวดอุตริจนลืมแก่นแท้ของพุทธศาสนาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ยังคงศรัทธาในพระอาจารย์แจ้ ก็ยังคงเดินทางไปให้ท่านอาบน้ำมนต์กันอย่างเนืองแน่นทุกวัน

พระอาจารย์แจ้ จึงถือเป็นอีกหนึ่งคนที่ทำคุณงามความดีให้กับชุมชนและคนชาวไทยโดยไม่ได้หวังผลตอบแทนอย่างแท้จริง