หมอดูอีที หมอดูพม่า รู้ดวงชัดจริงก่อนใคร ยิ่งกว่าตาทิพย์ ยิ่งกว่าหยั่งรู้สวรรค์ ชีวประวัติไม่ธรรมดาที่ย่างกุ้ง พม่า

หากคุณเคยได้ยินชื่อของหมอดูอีที คุณคงจะเคยได้ยินความสามารถในการทำนายของหมอดูชื่อดังคนนี้ หมอดูท่านนี้เป็นชาวเมียนมาร์ที่มีชื่อเสียงในระดับโลก แม้ในปัจจุบันจะเสียชีวิตไปแล้วในวัย 58 ปี แต่เชื่อว่าไม่มีใครที่ไม่รู้จักเธออย่างแน่นอน

หมอดูอีทีมีชื่อจริงว่า นางส่วย ส่วย วิน เธอเป็นเป็นชาวเมียนมาร์ ที่มีร่างกายพิการ นิ้วมือนิ้วเท้าหงิก และมีปัญหาในเรื่องของการพูด การสื่อสาร และด้วยความแตกต่างทางร่างกายของเธอนี่เอง จึงทำให้เธอได้รับฉายาว่าเป็นหมอดูอีที

หมอดูอีทีเริ่มแสดงความสามารถตั้งแต่ตอนยังเด็ก และสามารถดูดวงได้ตั้งแต่ตอนที่อายุ 9 ขวบ โดยเริ่มต้นจากการจับขโมยได้โดยเธอสามารถบอกได้อย่างแม่นยำว่าใครเป็นขโมย 

หลังจากที่หมอดูอีทีมีอายุย่างเข้า 15 ปี เธอเกิดอาการที่ไม่สบายอย่างรุนแรง จนทำให้หูหนวกและเป็นใบ้ จนต้องให้น้องสาวที่มีชื่อว่า ‘มะตีตี้’ เป็นบุคคลสำคัญในการรับหน้าที่สื่อสารคำทำนายจากหมอดูอีทีอีกครั้งหนึ่ง

ถึงแม้ว่าหมอดูอีทีจะมีความแตกต่างจากคนปกติทั่วไป แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนยอมรับก็คือ พรสวรรค์ในเรื่องของการทำนาย หรือ การหยั่งรู้เรื่องราวบางอย่างในอนาคต ซึ่งทำให้ผู้คนทั่วทุกสารทิศต้องเดินทางไปพิสูจน์ด้วยตนเอง

ครั้งหนึ่งในอดีต หมอดูอีทีเคยทำนายเกี่ยวข้องกับการเมืองในประเทศไทยเอาไว้ และทำให้กลายเป็นที่กล่าวขานของคนทั่วโลก  จนทำให้มีบุคคลมีชื่อเสียงในสังคมไทยยินดีที่จะจ่ายเงินเพื่อเดินทางไปดูดวงกับเธอ แม้กระทั่งอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย อย่างคุณทักษิณ ชินวัตร ก็ยังต้องพึ่งคำทำนายจากหมอดูอีทีคนนี้

ด้วยความสามารถในการทำนายอย่างแม่นยำ ทำให้หมอดูอีทีเป็นหนึ่งในหมอดูที่ทำรายได้สูงถึงเดือนละ 230 ถึง 340 ล้านบาท และแน่นอนว่ามีคนดังหลายคนทั้งในประเทศไทย และในแถบประเทศเอเชีย ที่เป็นลูกค้าของหมอดูอีทีทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันหมอดูอีทีเสียชีวิตแล้ว แต่ร่างของท่านได้รับการบรรจุลงในโลงแก้ว และฝังในสุสานประเทศเมียนมาร์ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว แต่ชื่อเสียงและพรสวรรค์ของท่านยังคงเป็นที่กล่าวขานของคนไทย และคนในแถบประเทศเอเชีย

หมอดูอีที เป็นอีกหนึ่งหมอดูที่คนไทยให้ความเชื่อถือ และเป็นบุคคลที่ขึ้นชื่อว่าสามารถหยั่งรู้ความเป็นไปในอนาคตได้ดี แม้ว่าเธอจะจากโลกนี้ไปแล้ว แต่ความสามารถของเธอก็ยังคงเป็นที่พูดถึงอย่างต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน