วันจันทร์, 15 กรกฎาคม 2567

5 ขั้นตอน วิธีขอพรให้ได้ผล พร้อมแนะนำสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในการขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการไหว้พระหรือบูชาสิ่งศักดิ์เพื่อขอพรให้สมปรารถนาในเรื่องต่างๆ เป็นหนึ่งในสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทยหลายคนและยังเป็นความเชื่อที่ทำให้เราเกิดความรู้สึกเชื่อมั่นในเวลาที่ต้องการความมั่นใจเรื่องอะไรก็ตาม แต่วิธีขอพรที่ถูกต้องนั้นควรทำอย่างไร การขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ได้ผลขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง ShopBack Blog มีแนวทางมาแนะนำค่ะ แต่อย่างไรก็ตามเราต้องขอย้ำกันสักนิดว่า ไม่ว่ายังไงทุกสิ่งที่กอย่างจะเป็นจริงได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับตัวเราเป็นหลัก ส่วนสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นคือตัวช่วยทางใจที่เข้ามาเสริมพลังความมั่นใจให้เราค่ะ

  1. ตั้งจิตให้สงบและมีสมาธิ

ก่อนที่เราจะสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ใดก็ตาม อย่างแรกที่ต้องทำก็คือการสงบจิตสงบใจและตั้งจิตให้มีสมาธิ เต็มไปด้วยแรงเชื่อมั่นและความศรัทธา การที่เรามีสมาธิ จิตนิ่ง จะทำให้ความคิดและจิตใจสงบ บริสุทธิ์ พร้อมรับพลังงานที่ดีจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายค่ะ

  1. ชำระร่างกายให้บริสุทธิ์

ก่อนไหว้พระขอพรหรือก่อนไปเยือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ควรชำระล้างร่างกายให้สะอาดบริสุทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำ สวมเสื้อผ้าที่สะอาดและสุภาพ เหมาะสมกับกาลเทศะ ไปจนถึงการตั้งตนอยู่ในศีล ทาน ภาวนา เพื่อสำรวมกาย วาจา ใจ สิ่งเหล่านี้ก็นับเป็นการทำกายใจให้บริสุทธิ์เช่นกันค่ะ

  1. รู้จักวิธีการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกต้อง

สิ่งศักดิ์สิทธิ์แต่ละองค์ แต่ละท่าน ก็มีพิธีกรรมหรือวิธีขอพรที่แตกต่างกันออกไป เราจึงต้องรู้ก่อนว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เรากำลังสักการะนั้นมีขั้นตอนการไหว้หรือต้องเตรียมสิ่งของอย่างไรบ้าง เช่น

  • ท้าวมหาพรหมเอราวัณ ต้องจุดธูป 12 ดอกและไหว้ให้ครบทั้ง 4 หน้า มีชื่อเสียงด้านการค้า ธุรกิจ และความสำเร็จด้านการงาน
  • พระตรีมูรติ ต้องไหว้ด้วยเทียนแดง 1 เล่ม ธูปแดง 9 ดอก ในช่วง 09.30 – 21.30 น. มีชื่อเสียงด้านการขอพรให้ความรักสมหวัง
  • ศาลพระพิฆเนศ ห้วยขวาง ใช้ธูปกี่ดอกก็ได้ตามสะดวก ดอกไม้สด น้ำสะอาด นมสด ขนมหวานและผลไม้ในการไหว้ มีชื่อเสียงด้านขอให้การงานและการเรียนราบรื่น ประสบความสำเร็จ
  • พระเจ้าตากสิน วงเวียนใหญ่ ต้องใช้ธูป 16 ดอก มาลัยดอกดาวเรือง หรือมาลัยดอกมะลิและดาวเรือง มีชื่อเสียงด้านการขอพรให้พบความสุขความสำเร็จ แคล้าวคลาดปลอดภัย

ส่วนการไหว้พระพุทธรูปทั่วไปนั้นใช้ธูป 3 ดอกและเทียน 1 คู่ แต่หากไม่มีดอกไม้หรือเครื่องไหว้ก็ใช้มือพนมและตั้งจิตต่างดอกไม้ธูปเทียนได้เช่นกันค่ะ ส่วนการไปไหว้สักการะบางแห่ง เช่น วัดในชุมชน วัดดังในไทย หรือสถานที่ขอพรความรักให้สมหวัง อาจกำหนดวิธีขอพรหรือวิธีไหว้โดยเฉพาะเอาไว้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจำนวนธูปเทียนและคำสวดบูชา ก็ให้เราปฏิบัติตามนั้น

  1. ขอพรในสิ่งที่ดี ไม่เบียดเบียนผู้อื่น

หากต้องการขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ได้ผล เรื่องที่เราจะขอพรต้องเป็นสิ่งที่ดี เกิดจากกุศลกรรมดี ไม่เป็นการขอที่เบียดเบียนผู้อื่นหรือเป็นการสาปแช่ง เช่น อาจจะขอให้ตนเองและครอบครัวพบแต่ความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรง ทำการงานสิ่งใดก็ประสบความสำเร็จ แต่หลังจากทำตามวิธีขอพรแล้ว ก็ต้องหมั่นสร้างกรรมดี ขยันหมั่นเพียร และดำเนินชีวิตอย่างมีสติ ไม่ประมาท รวมถึงตั้งใจมั่นทำตามเป้าหมายชีวิตของเราด้วยตัวเองด้วย

  1. อธิษฐานเผื่อแผ่ แบ่งปันส่วนบุญและกุศล

แรงอธิษฐานที่บริสุทธิ์ไม่ใช่การทำเพื่อประโยชน์ของตัวเองเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เมื่อเราได้ความสบายใจ ได้พลังที่ดีจากวิธีขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว ก็ควรแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้ผู้อื่นด้วยนะคะ เช่น การอธิษฐานเผื่อแผ่ให้แก่คนรอบข้าง การทำบุญ ทำทาน ตามหลักพุทธสิ่งเหล่านี้เรียกว่า พรหมวิหารธรรม หรือ เมตตา ซึ่งการปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุขก็จะทำให้เราสุขใจและได้พบความสุขจากการให้อย่างแท้จริงได้แบบทันตาเห็นค่ะ

หลังจากได้รู้วิธีขอพรที่ถูกต้องกันไปแล้ว หลายคนอาจสงสัยว่าการขอพรกับการบนบานนั้นเหมือนกันหรือไม่ ShopBack Blog มีคำตอบมาฝากแล้วค่ะ ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจเรื่องการขอพรกันอีกครั้ง การขอพรคือการที่เราไปไหว้ ไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อขอพร ขอบุญบารมี เป็นการบอกกล่าวขอโมทนาคุณความดีของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ปกป้องคุ้มครองและอวยพรให้เราสำเร็จตามความตั้งใจ ไม่ใช่การบอกกล่าวขอให้สำเร็จแล้วนำสิ่งของไปถวาย แต่จะใช้เพียงอามิสบูชาตามหลักศาสนา เช่น ธูป เทียน ดอกไม้ ในการไหว้ เป็นต้น

ขณะที่การบนบานคือการเอาสิ่งของ เครื่องคาว เครื่องหวานหรือการแสดงมหรสพต่างๆ ไปติดสินบนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า หากเราสำเร็จตามที่ตั้งใจจะมาถวายข้าวของเครื่องใช้หรือถวายการแสดงตามที่ได้บนเอาไว้ ซึ่งตามความเชื่อแล้วไม่เป็นการดีต่อตัวเราเองเลยค่ะ เพราะฉะนั้นหากเราไปบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านเป็นพระ อริยสงฆ์ ซึ่งละกิเลสแล้วนั้นไม่สมควรอย่างยิ่ง แต่สำหรับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า เช่น เจ้าที่เจ้าทางที่ปกป้องคุ้มครองบ้านเรือน บรรพบุรุษ หรือบุคคลสำคัญที่ท่านเคยสร้างคุณงามความดีจนเป็นที่เคารพสักการะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้อาจยังต้องการเครื่องเซ่นไหว้อยู่ ดังนั้นการถวายเครื่องเซ่นไหว้เมื่อสมความปรารถนาจึงสามารถทำได้ตามความเหมาะสม